PDA

แสดงเวอร์ชันเต็ม : Bass Player - May 2007


Music2home !

yodtao
31-03-2010, 02:49 AM
Bass Player - May 2007
Soapbox
ขอเบสจงอยู่กับท่าน
สตีฟ โฮโรวิทซ์

พวกเราชาวเบสมีวิธีการแต่งเพลงที่ออกจะแตกต่างจากมือกีตาร์หรือมือคีย์บอร์ด มือเบสอย่างพวกเราเข้าใจถึงคำว่า “กรู๊ฟ” ได้ทันที และยังมีหูที่ละเอียดสำหรับเชื่อมภาคเมโลดี้และริธึ่มเข้าด้วยกัน มือเบสมีพื้นฐานอยู่บนฐานรากของโครงสร้างดนตรี พวกเราเลยมี “อีโก้” น้อยตามไปด้วย มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่ผมมักจะคิดจากมุมมองของมือเบส มุมมองนี้ส่งอิทธิพลถึงงานเพลงที่ผมแต่งให้กับภาพยนตร์ วิดีโอเกม รายการทีวี ไปจนถึงคอนเสิร์ตใหญ่ๆ และคุณก็ทำได้เหมือนผมเช่นกัน ในฐานะที่เราเป็นมือเบส พวกเรามีพลังที่ซ่อนอยู่ ฉะนั้น เรามาปลดปล่อยพลังนี้เอามาใช้กันเถอะ !

เมื่อคุณต้องทำงานงานดนตรีหลายๆ อย่างไปพร้อมกัน ทั้งแต่งเพลง คุมวง โปรดิวซ์ และตัดต่อ มันเป็นเรื่องง่ายมากที่จะติดกับดักของการหันไปใช้แซมเปิลเสียงเบสแทนที่จะเล่นไลน์เบสนั้นด้วยตัวเอง พวกเราทุกคนล้วนแล้วแต่เคยตกเป็นเหยื่อของภาพลวงตาที่ว่า การเปิดกล่องสมบัติที่เต็มไปด้วยเสียงเบสอันหอมหวนที่แซมป์เก็บไว้มากมายจะสามารถแทนที่งานที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นความภาคภูมิใจของมนุษย์จริงๆ ได้ ผมขอให้คุณหยุดคิดแบบนั้น ! ใช่แล้ว จงออกไปขึ้นเวทีหรือแต่งเพลงซะ แต่อย่าให้สิ่งอื่นมาเล่นเบสแทนคุณ จงเล่นเบสของคุณต่อไป !

หลายๆ ครั้งที่คุณอาจหลงผิดคิดไปว่าไม่จำเป็นต้องเล่นเบสอีกต่อไปแล้ว ที่จริงตัวผมเองก็เคยมีอยู่หลายครั้งที่ผมสามารถจะหยุดเล่นเบสไปอย่างสิ้นเชิง เพราะยังไงซะ ก็มีคีย์บอร์ดพร้อมอยู่แล้ว แถมยังไม่ต้องเสียเวลาตั้งสายอีกต่างหาก ! การใช้แซมเปิลเสียงเป็นสิ่งที่ยอดมาก แต่ไม่มีอะไรที่จะสามารถเอาชนะความรู้สึกและความเข้มข้นของเสียงเบสที่มาจากการเล่นแบบสดๆ ได้หรอก การที่ผมหยิบเบสขึ้นมาและได้โต้ตอบทางดนตรีกับนักดนตรีคนอื่นๆ เป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงวิญญาณของผมอย่างที่ไม่มีอะไรมาแทนได้ และมันยังช่วยพัฒนาทักษะการแต่งเพลงของผมให้ดีขึ้นอีกด้วย ถ้ามองให้ลึกซึ้งถึงธรรมชาติที่แท้จริงของการเล่นเบสแล้ว มันก็คือพลังแห่งการปลดปล่อยและการรักษานั่นเอง

ถ้าจะให้เทียบกับเสียงซินธ์เบสแล้ว เสียงเบสจริงเรียกได้ว่าเหนือกว่าเกือบทุกกระบวน ตัวอย่างที่ชัดเจนที่ผมเจอมากับตัวก็คือตอนที่ผมอัดเพลงเปิดสำหรับภาพยนตร์เรื่อง What Would Jesus Buy (ออกฉายครั้งแรกในงาน South By Southwest เมื่อเดือนมีนาคม [2007]) ผมแทนที่แทร็ค MIDI ด้วยไลน์เบสจากการอัดสด ตอนที่เรามิกซ์เพลงนี้ โปรดิวเซอร์หลายๆ คน รวมถึงตัวผมเองต่างก็รู้สึกได้ทันทีว่าไลน์เบสที่มาจากการอัดสดนั้นมีความสำคัญแค่ไหน ตอนแรกที่เราใช้เฉพาะเสียงจาก MIDI ทำให้เพลงแข็งมาก แต่พอเราหั่นเสียง MIDI ทิ้งและหันมาใช้เสียงเบสที่ใช้คนจริงๆ เล่นแทน ปรากฏว่าทุกอย่างลงตัวทันทีกับไลน์เครื่องสาย

ถึงแม้ว่าการเล่นคอนเสิร์ตบางงานอาจจะมีเพลงที่ยาก แต่เทียบกับสิ่งอื่นๆ แล้ว ผมไม่เคยรู้สึกผ่อนคลายมากเท่ากับการได้เล่นเบสเอง ผมจำได้ว่ามีอยู่คืนหนึ่งที่ผมขึ้นเล่นบนเวทีที่ The Kitchen ในกรุงนิวยอร์ก ร่วมกับวง The Code Ensemble ของผมซึ่งเตรียมสมาชิกมาเต็มวง เราเล่น The Re-Taking of Pelham 123 (เป็นการเอาเพลงประกอบภาพยนตร์สุดคลาสสิกของ David Shire มาทำใหม่) ผมต้องตื่นตัวตลอดเวลาในการที่จะควบคุมวงให้เล่นตรงกับภาพของภาพยนตร์ที่กำลังฉายอยู่ ผมจึงไม่สามารถที่จะขยับเขยื้อนส่วนต่างๆ ของร่างกายไปตามจังหวะเพลงมากเกินจำเป็นได้ ไม่งั้นอาจจะเสียสมาธิจนวงล่มได้ แต่ถึงอย่างนั้น ชีพจรทางดนตรีทั้งหมดต่างผสานรวมกันอย่างยิ่งใหญ่ เหมือนกับรถไฟที่กำลังพุ่งทะยานไปข้างหน้า นักดนตรี 15 ชีวิตหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวโดยที่ไม่มีอะไรหยุดยั้งได้ เสียงกีตาร์ที่คร่ำครวญ เสียงทรัมเป็ตที่เสียดแทงลึกถึงภายใน พวกเราทุกคนเหงื่อไหลรินท่วมตัว แต่ถึงแม้ว่าการเล่นเพลงนี้จะเปรียบเหมือนกับการฝ่าสายน้ำเชี่ยวกรากหรือยากลำบากสักแค่ไหน ผมกลับอยู่ในสภาวะที่ผ่อนคลายที่สุด ผมกำลังทำสิ่งที่ชีวิตของผมถูกลิขิตมา ผมได้ปลดปล่อย เป็นอิสระ และมีความสุขที่ได้พูดออกมาผ่านทางเบสของผม

ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าการเริ่มต้นเส้นทางการเล่นเบสของผมด้วยการพยายามเล่นเลียนแบบจาโก้ [Jaco Pastorius] และอ่านหนังสือ The Evolving Bassist ของรูฟัส รีด (Rufus Reid) จะนำพาผมไปยังสถานที่ต่างๆ ที่ผมเคยได้สัมผัส ผมยิ่งไม่เคยคิดว่าเพลงและเสียงเบสของผมจะมีโอกาสผ่านสู่หูผู้คนผ่านทางทีวี หรือแม้แต่ผ่านหนังที่ได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ ! การที่ผมยังคงเล่นเบสอย่างสม่ำเสมอได้ช่วยสร้างเส้นทางให้กับผมอย่างต่อเนื่องมาตลอด จงเชื่อในตัวตนของคุณเอง ... จงเล่นเบสต่อไป !



ประวัติ
สตีฟ โฮโรวิทซ์ (Steve Horowitz) คือนักสร้างสรรค์เสียงที่แปลกใหม่แต่เข้าถึงได้ง่าย รวมทั้งยังเป็นนักดนตรีที่มีผลงานมากมายและเต็มไปด้วยความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ รายการทีวี วิดีโอเกม คอนเสิร์ต และงานอัลบั้มต่างๆ นอกจากจะแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์และรายการทีวีแล้ว (Super Size Me, Casino Cinema, I Bet You Will, Nickelodeon) เขายังเป็นผู้ก่อตั้งวงดนตรี The Code International สตีฟได้รับรางวัล Grammy จากผลงานซาวด์เอ็นจิเนียร์ในอัลบั้ม True Life Blues: The Songs of Bill Monroe ซึ่งมีศิลปินหลายๆ คนมาร่วมงานให้กับอัลบั้มนี้ และยังเป็นอัลบั้มที่ได้รับรางวัล Best Bluegrass Album ประจำปี 1996 อีกด้วย
www.thecodeinternational.com


http://digitalmedia.oreilly.com/images/oreilly/digitalmedia/2008/08/horowitz-skyline.jpg


ต้นฉบับภาษาอังกฤษ อ่านได้จาก
http://www.bassplayer.com/article/bass-with-you/apr-07/27068